อ่านตอนเย็น ไม่ควรอ่านตอนเช้า
การอ่านหนังสือเตรียมสอบในชั้นเรียน ส่วนใหญ่จะเลือกอ่านในตอนเช้าๆ เพราะจะได้เข้าหัว ส่วนก่อนเข้าห้องสอบก็ไปติวหน้าห้องกับเพื่อนๆเพื่อความชัวร์อีกทีหนึ่ง แต่การอ่านหนังสือเตรียมสอบแอดมิชชั่นนั้น ต้องบอกว่ากลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง เพราะควรจะอ่านตอนหัวค่ำมากกว่า โดยเฉพาะช่วงก่อนนอน เพราะถือว่าเป็นช่วงที่เหมาะสมมากที่สุด อ่านไปแล้วค่อยพักผ่อนหละ...(แต่อย่าอ่านไปด้วย นอนไปด้วยนะ ไม่งั้นอาจจะได้พักผ่อนก่อนการอ่าน...) ที่ใช้วิธีนี้ก็เพราะว่า การอ่านเตรียมสอบแอดมิชชั่นไม่ใช่การอ่าน แล้วใช้งานทันที แต่เป็นการอ่านเพื่อทบทวน เพื่อรื้อฟื้นสิ่งที่เคยเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง..ดังนั้น หากนำบทเรียนแอดมิชชั่นไปอ่านตอนเช้า พอสายๆไปเรียนในชั้นเรียน เนื้อที่อ่านมาก็จะถูกลืม และตีกับบทเรียนใหม่ซะยุ่งเหยิงเลยทีเดียว
ไม่ควร..อ่านแต่เนื้อหาอย่างเดียว
เขาบอกว่าคนเราจะเตะฟุตบอลได้ดีหรือไม่นั้น จะมามัวนั่งอ่านกฏกติกา วิธีเล่นอย่างเดียวก็คงไม่ได้ ต้องลองเล่นในสนามจริงๆดู ซึ่งก็เปรียบได้กับการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบ หากอ่านแต่เนื้อหา อ่านแต่กฏ หรือสูตรลัดต่างๆ แต่ไม่ลองอ่านแนวข้อสอบเก่าๆ ก็อาจจะไม่ได้ผล เพราะหลายคนมักจะมาพลาดตรงข้อสอบที่ออก ซึ่งต่อให้เข้าใจ อ่านมาแน่นขนาดไหน แต่ไม่รู้แนวการถาม หรือแนวข้อสอบ ก็คงต้องผิดหวังไปตามๆกันครับ...เปรียบการทำข้อสอบแอดมิชชั่น เป็นการเตะฟุตบอลที่การสอบปกติจะเตะจากกลางสนามเข้าประตู แต่สำหรับแอดมิชชั่นคือการเตะจากข้างสนามเพื่อส่งให้เพื่อนโหม่งเข้าประตู
อ่านเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่ท่องจำ
สำหรับแนวคิดในข้อนี้ คำว่ารู้ลึก รู้จริง รู้แบบเข้าใจ คงจะใช้ได้ดีครับ...เพราะฉะนั้นการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบแอดมิชชั่น พี่ลาเต้ ขอฟันธงเลยว่า ให้น้องๆอ่านแบบทำความเข้าใจ อย่าไปอ่านแล้ว จำ จำ จำ เพราะไม่งั้นน้ำตาตกหลังสอบแน่ๆ ที่ต้องอ่านแบบนี้ เพราะแนวข้อสอบแอดมิชชั่น โดยเฉพาะ O-NET จะเป็นข้อสอบที่กว้างมากๆ มันจะไม่ถามอะไรที่เฉพาะเจาะจง แต่จะถามชนิดว่าความรู้กว้างๆ ภูมิหลัง หรือความเข้าใจ ซึ่งหากอ่านแบบให้เข้าใจ โดยสามารถเล่าเรื่องต่างๆให้เพื่อนฟังได้ ทำข้อสอบได้แน่นอน...
วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2551
วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2551

On Feb. 2, 2007, the United Nations scientific panel studying climate change declared that the evidence of a warming trend is "unequivocal," and that human activity has "very likely" been the driving force in that change over the last 50 years. The last report by the group, the Intergovernmental Panel on Climate Change, in 2001, had found that humanity had "likely" played a role.
The addition of that single word "very" did more than reflect mounting scientific evidence that the release of carbon dioxide and other heat-trapping gases from smokestacks, tailpipes and burning forests has played a central role in raising the average surface temperature of the earth by more than 1 degree Fahrenheit since 1900. It also added new momentum to a debate that now seems centered less over whether humans are warming the planet, but instead over what to do about it. In recent months, business groups have banded together to make unprecedented calls for federal regulation of greenhouse gases. The subject had a red-carpet moment when former Vice President Al Gore's documentary, "An Inconvenient Truth," was awarded an Oscar; and the Supreme Court made its first global warming-related decision, ruling 5 to 4 that the Environmental Protection Agency had not justified its position that it was not authorized to regulate carbon dioxide.
Read More...
The greenhouse effect has been part of the earth's workings since its earliest days. Gases like carbon dioxide and methane allow sunlight to reach the earth, but prevent some of the resulting heat from radiating back out into space. Without the greenhouse effect, the planet would never have warmed enough to allow life to form. But as ever larger amounts of carbon dioxide have been released along with the development of industrial economies, the atmosphere has grown warmer at an accelerating rate: Since 1970, temperatures have gone up at nearly three times the average for the 20th century.
The latest report from the climate panel predicted that the global climate is likely to rise between 3.5 and 8 degrees Fahrenheit if the carbon dioxide concentration in the atmosphere reaches twice the level of 1750. By 2100, sea levels are likely to rise between 7 to 23 inches, it said, and the changes now underway will continue for centuries to come.
Hide
The addition of that single word "very" did more than reflect mounting scientific evidence that the release of carbon dioxide and other heat-trapping gases from smokestacks, tailpipes and burning forests has played a central role in raising the average surface temperature of the earth by more than 1 degree Fahrenheit since 1900. It also added new momentum to a debate that now seems centered less over whether humans are warming the planet, but instead over what to do about it. In recent months, business groups have banded together to make unprecedented calls for federal regulation of greenhouse gases. The subject had a red-carpet moment when former Vice President Al Gore's documentary, "An Inconvenient Truth," was awarded an Oscar; and the Supreme Court made its first global warming-related decision, ruling 5 to 4 that the Environmental Protection Agency had not justified its position that it was not authorized to regulate carbon dioxide.
Read More...
The greenhouse effect has been part of the earth's workings since its earliest days. Gases like carbon dioxide and methane allow sunlight to reach the earth, but prevent some of the resulting heat from radiating back out into space. Without the greenhouse effect, the planet would never have warmed enough to allow life to form. But as ever larger amounts of carbon dioxide have been released along with the development of industrial economies, the atmosphere has grown warmer at an accelerating rate: Since 1970, temperatures have gone up at nearly three times the average for the 20th century.
The latest report from the climate panel predicted that the global climate is likely to rise between 3.5 and 8 degrees Fahrenheit if the carbon dioxide concentration in the atmosphere reaches twice the level of 1750. By 2100, sea levels are likely to rise between 7 to 23 inches, it said, and the changes now underway will continue for centuries to come.
Hide
วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2551
แนะนำตัวเอง
Je m'appelle ................. (เชอ มัป-แปล(ล)) [ฉันชื่อ .......................]
- Je suis thaïlandaise. (เชอ ซุย ไต-ลอง-แด๊ซ(เซอ)) [ฉันเป็นคนไทย]
- Je suis née le 10 octobre 1992. (เชอ ซุย เน่ เลอ ดิซ อ๊อก-ตอบ(เบรอ) มิล เนิฟ ซอง กั๊ต(เทรอ) แวง-ดู๊ซ) [ฉันเกิดวันที่ 10 ตุลาคม 2535]
- J'ai 15 ans. (เช แก๊ง ซอง) [ฉันมีอายุ 15 ปี]
- J'habite chez mes parents, à Nakhonpathom, une petite ville près de Bangkok, la capitale du pays. (ชา-บิ๊ต(เตอ) เช เม ปา-รอง, อะ นครปฐม, อืน เปอ-ติ๊ต วิล(เลอ) แพร เดอ บอง-ก๊อก, ลา กาปิตัล(เลอ) ดือ เป(อิ)) [ฉันอาศัยอยู่ที่บ้านพ่อแม่ของฉัน ที่นครปฐม เมืองเล็กๆใกล้กับกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศ]
- Il y a quatre personnes dans ma famille. (อิล ลิ ยา กั๊ต(เทรอ) แปร์-ซอน(เนอ) ดอง มา ฟา-มี(เยอ)) [มี 4 คน ในครอบครัวของฉัน]
- Mon père s'appelle ............ (มง แปร์ ซัป-แปล(เลอ) ...) [พ่อของฉันชื่อ ...]
- Il a quarante-sept ans. (อิล ลา กา-รอง-แซ๊ต ตอง) [เขามีอายุ 47 ปี]
- Il est commerçant. (อิล เล กอม-แมร์-ซอง) [เขาเป็นพ่อค้า]
- Il est gentil et généreux. (อิล เล ชอง-ตี เอ เช-เน-เรอ) [เขาเป็นคนใจดี(น่ารัก) และโอบอ้อม]
- Ma mère s'appelle ............ (มา แมร์ ซัป-แปล(เลอ) ...) [แม่ของฉันชื่อ ...]
- Elle a quarante-cinq ans. (แอล ลา กา-รอง-แซง กอง) [แม่มีอายุ 45 ปี]
- Elle est ménagère. (แอล เล เม-นาช-แช(เรอ)) [แม่เป็นแม่บ้าน]
- Elle est gentille et douce. (แอล เล ชอง-ตี(เยอ) เอ ดู๊ซ(เซอ)) [แม่เป็นคนใจดี(น่ารัก) และอ่อนหวาน]
- J'ai une grande soeur. (เช อืน กรอง(เดอ) เซอร์) [ฉันมีพี่สาวหนึ่งคน]
- Elle est encore étudiante. (แอล เล ออง-กอร์ เอ-ตือ-ดิ-ยอง(เตอ)) [หล่อนยังคงเป็นนักศึกษาอยู่]
- Je n'ai pas de frère. (เชอ เน ปะ เดอ แฟร(เรอ)) [ฉันไม่มีพี่ชายหรือน้องชาย]
- Je suis élève en seconde à l'école Rachiniebourana. (เชอ ซุย เอ-แล๊ฟ(เวรอ) ออง เซอ-กง(เดอ) อะ เล-กอล(เลอ) ราชินีบูรณะ) [ฉันเป็นนักเรียนชั้น ม.4 อยู่ที่โรงเรียนราชินีบูรณะ]
- Il y a cinquante élèves dans ma classe. (อิล ลิ ยา แซง-กอง เต-แล๊ฟ(เวรอ) ดอง มา คลาส(เซอ)) [มีนักเรียน 50 คน ในชั้นเรียนของฉัน]
- Piyanouche est ma meilleure amie. (ปิยะนุช เอ มา ไม-เยอร์ อา-มี) [ปิยะนุช เป็นเพื่อนที่ดีทีสุดของฉัน]
- Je vais à l'école en voiture. (เชอ เว อะ เล-กอล(เลอ) ออง วัว-ตือร์) [ฉันไปโรงเรียนโดยรถยนต์]
- J'aime le français et l'anglais. (เเชม เลอ ฟรอง-เซ่ เอ ลอง-เกล้) [ฉันชอบภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษ]
- J'aime aussi la musique pop et j'aime regarder la télévision. (เเชม โอ-ซิ ลา มือ-ซิก ป๊อป เอ แชม เรอ-การ์-เด้ ลา เต-เล-วิ-ซิ-ยอง) [ฉันชอบเพลงป๊อบ และฉันก็ชอบดูโทรทัศน์]
- Je voudrais être hôtesse de l'air parce que j'aime voyager. (เชอ วู-เดร แอ๊ต(เทรอ) โอ-แตส เดอ แลร์ ปาซ(เซอ) เกอ แชม วัว-ยาช-เช่) [ฉันอยากเป็นแอร์โฮสเตส เพราะว่าฉันชอบเดินทางท่องเที่ยว]
วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
สำนวนน่ารู้
“กำขี้ก็ดีกว่ากำตด”
ตัวอย่าง นางวิภาดา จ๊กมกเป็นคนจน ได้มาขอกู้เงินนางเอมซึ่งเป็นกระเทย ปล่อยเงินกู้ในตำบล เมื่อถึงเวลาครบกำหนด นางเอมได้มาทวงเงินจากนางวิภาดาเพื่อที่จะนำไปเปียแชร์ แต่นางวิภาดามีเงินอยู่จำนวนนิดหน่อยเพราะนำเงินไปซื้อโปสเตอร์ดาราหลายแผ่น นางเอมจึงได้ถอนใจแล้วบอกให้นางวิภาดาจ่ายเงิน มีเท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น นางวิภาดาจึงนำเงินที่มีอยู่นิดหน่อยจ่ายให้กับนางเอม นางเอมยิ้มสแยะแต่ปากอันกว้างของหล่อนจึงเห็นฟัน 32 ซี่ แล้วพูดว่า “อย่างน้อยกำขี้ก็ดีกว่ากำตด”
"กระต่ายหมายจันทร์"
ตัวอย่าง เขาหลงรักเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์
ในเมืองเมืองหนึ่งซึ่งอยู่ไกลสุดโพ้นทะเลมีพระราชาพระองค์หนึ่งเป็นผู้ที่หวงแหนพระราชธิดามาก พระองค์มีธิดาเพียงองค์เดียว ดังนั้นจึงเอาอกเอาใจบำรุงบำเรอให้ความสุขความสำราญเต็มที่ และเจ้าหญิงองค์นี้ก็มีพระสิริโฉมงดงามที่สุด อยู่มาวันหนึ่งเจ้าหญิงได้ออกมาเดินเล่นในอุทยานดอกไม้เดินไปก็ร้องเพลงไปน้ำเสียงของเจ้าหญิงช่างอ่อนหวานและกังวาลยิ่งนัก ในขณะที่เดินชมสวนอยู่ก็ได้พบกับองครักษ์หนุ่มของพระราชาเข้าโดยบังเอิญทั้งสองตกหลุมรักกันในทันที แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าองครักษ์หนุ่มผู้นี้ต่ำต้อยด้วยยศฐาบรรดาศักดิ์เหลือเกินจึงได้แต่เก็บความรู้สึกไว้ในใจ เมื่อพระราชาทรงทราบข่าวก็กริ้วมาก จึงขับไล่องครักษ์ออกจากวัง เจ้าหญิงเสียพระทัยมาก ต่อมาพระราชาจึงให้เจ้าหญิงอภิเษกกับเจ้าชายต่างเมืององครักษ์ผู้นี้จึงได้แอบติดตามข่าวของเจ้าหญิงอยู่เงียบๆ เขาคิดว่าตนเองนี้ต่ำต้อยเสียเหลือเกิน ถึงปรารถนาเจ้าหญิงมาครองคู่แต่ก็เพียงแค่มองไมาสามารถไขว่ขว้าไว้กับตนได้อุปมาดั่ง"กระต่ายหมายจันทร์"
ตัวอย่าง นางวิภาดา จ๊กมกเป็นคนจน ได้มาขอกู้เงินนางเอมซึ่งเป็นกระเทย ปล่อยเงินกู้ในตำบล เมื่อถึงเวลาครบกำหนด นางเอมได้มาทวงเงินจากนางวิภาดาเพื่อที่จะนำไปเปียแชร์ แต่นางวิภาดามีเงินอยู่จำนวนนิดหน่อยเพราะนำเงินไปซื้อโปสเตอร์ดาราหลายแผ่น นางเอมจึงได้ถอนใจแล้วบอกให้นางวิภาดาจ่ายเงิน มีเท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น นางวิภาดาจึงนำเงินที่มีอยู่นิดหน่อยจ่ายให้กับนางเอม นางเอมยิ้มสแยะแต่ปากอันกว้างของหล่อนจึงเห็นฟัน 32 ซี่ แล้วพูดว่า “อย่างน้อยกำขี้ก็ดีกว่ากำตด”
"กระต่ายหมายจันทร์"
ตัวอย่าง เขาหลงรักเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์
ในเมืองเมืองหนึ่งซึ่งอยู่ไกลสุดโพ้นทะเลมีพระราชาพระองค์หนึ่งเป็นผู้ที่หวงแหนพระราชธิดามาก พระองค์มีธิดาเพียงองค์เดียว ดังนั้นจึงเอาอกเอาใจบำรุงบำเรอให้ความสุขความสำราญเต็มที่ และเจ้าหญิงองค์นี้ก็มีพระสิริโฉมงดงามที่สุด อยู่มาวันหนึ่งเจ้าหญิงได้ออกมาเดินเล่นในอุทยานดอกไม้เดินไปก็ร้องเพลงไปน้ำเสียงของเจ้าหญิงช่างอ่อนหวานและกังวาลยิ่งนัก ในขณะที่เดินชมสวนอยู่ก็ได้พบกับองครักษ์หนุ่มของพระราชาเข้าโดยบังเอิญทั้งสองตกหลุมรักกันในทันที แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าองครักษ์หนุ่มผู้นี้ต่ำต้อยด้วยยศฐาบรรดาศักดิ์เหลือเกินจึงได้แต่เก็บความรู้สึกไว้ในใจ เมื่อพระราชาทรงทราบข่าวก็กริ้วมาก จึงขับไล่องครักษ์ออกจากวัง เจ้าหญิงเสียพระทัยมาก ต่อมาพระราชาจึงให้เจ้าหญิงอภิเษกกับเจ้าชายต่างเมืององครักษ์ผู้นี้จึงได้แอบติดตามข่าวของเจ้าหญิงอยู่เงียบๆ เขาคิดว่าตนเองนี้ต่ำต้อยเสียเหลือเกิน ถึงปรารถนาเจ้าหญิงมาครองคู่แต่ก็เพียงแค่มองไมาสามารถไขว่ขว้าไว้กับตนได้อุปมาดั่ง"กระต่ายหมายจันทร์"
วันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
วิธีปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหว
ข่าวแผ่นดินไหวในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงของจีนอีกครั้งที่เกิดจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ริกเตอร์ ที่เมืองเฉิงตู เมืองเอกของมณฑลเสฉวน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ที่นอกจากจะสร้างความเศร้าสลดแก่ชาวจีนแล้ว ยังสร้างความเศร้าสลดแก่ชาวโลกอย่างยิ่ง เนื่องจากมีผู้เคราะห์ร้ายสังเวยชีวิตจากภัยธรรมชาติมากถึง 1.5 หมื่นคน และยังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนอีกนับหมื่นชีวิต ซึ่งกำลังรอคอยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่อย่างทุกขเวทนา
ภัยธรรมชาติเราไม่อาจจะห้ามมันได้...แต่เราก็สามารถป้องกันตัวเองเมื่อเกิดภัยธรรมชาติได้หากเรารู้จักวิธีการที่ถูกต้อง จึงนำวิธีปฏิบัติและป้องกันตนเอง เมื่อเกิดแผ่นดินไหว มาฝากกันเพื่อจะได้รู้จักวิธีการป้องกันตัวเองและคนรอบข้าง
1. อย่าตื่นตกใจ พยายามควบคุมสติอยู่อย่างสงบ ถ้าท่านอยู่ในบ้านก็ให้อยู่ในบ้าน ถ้าท่านอยู่นอกบ้านก็ให้อยู่นอกบ้าน เพราะส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเพราะวิ่งเข้าออกจากบ้าน
2. ถ้าอยู่ในบ้านให้ยืนหรือหมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง ที่สามารถรับน้ำหนักได้มากและระเบียบและหน้าต่าง
3. หากอยู่ในอาคารสูง ควรตั้งสติให้มั่น และรีบออกจากอาคารโดยเร็ว หนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับได้
4. ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้ง ให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าและสิ่งห้อยแขวนต่าง ๆ ที่ปลอดภัยภายนอก คือ ที่โล่งแจ้ง
5. อย่าใช้เทียน ไม้ขีดไฟ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟ เพราะอาจมีแก๊สรั่วอยู่บริเวณนั้น
6. ถ้าท่านกำลังขับรถให้หยุดรถและอยู่ภายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด
7. ห้ามใช้ลิฟท์โดยเด็ดขาดขณะเกิดแผ่นดินไหว
8. หากอยู่ชายหาดให้อยู่ห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง
หลังเกิดแผ่นดินไหว
1. ควรตรวจตัวเองและคนข้างเคียงว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ให้ทำการปฐมพยาบาลขั้นต้นก่อน
2. ควรรีบออกจากอาคารที่เสียหายทันที เพราะหากเกิดแผ่นดินไหวตามมาอาคารอาจพังทลายได้
3. ใส่รองเท้าหุ้มส้นเสมอ เพราะอาจมีเศษแก้ว หรือวัสดุแหลมคมอื่น ๆ และสิ่งหักพังแทง
4. ตรวจสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส ถ้าแก๊สรั่วให้ปิดวาล์วถังแก๊ส ยกสะพานไฟ อย่าจุดไม้ขีดไฟหรือก่อไฟจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีแก๊สรั่ว
5. ตรวจสอบว่าแก๊สรั่ว ด้วยการดมกลิ่นเท่านั้น ถ้าได้กลิ่นให้เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน 6. ให้ออกจากบริเวณที่สายไฟขาด และวัสดุสายไฟพาดถึง
7. เปิดวิทยุฟังคำแนะนำฉุกเฉิน อย่าใช้โทรศัพท์ นอกจากจำเป็นจริง ๆ
8. สำรวจดูความเสียหายของท่อส้วม และท่อน้ำทิ้งก่อนใช้
9. อย่าเป็นไทยมุงหรือเข้าไปในเขตที่มีความเสียหายสูง หรืออาคารพัง 10. อย่าแพร่ข่าวลือ
ภัยธรรมชาติเราไม่อาจจะห้ามมันได้...แต่เราก็สามารถป้องกันตัวเองเมื่อเกิดภัยธรรมชาติได้หากเรารู้จักวิธีการที่ถูกต้อง จึงนำวิธีปฏิบัติและป้องกันตนเอง เมื่อเกิดแผ่นดินไหว มาฝากกันเพื่อจะได้รู้จักวิธีการป้องกันตัวเองและคนรอบข้าง
1. อย่าตื่นตกใจ พยายามควบคุมสติอยู่อย่างสงบ ถ้าท่านอยู่ในบ้านก็ให้อยู่ในบ้าน ถ้าท่านอยู่นอกบ้านก็ให้อยู่นอกบ้าน เพราะส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเพราะวิ่งเข้าออกจากบ้าน
2. ถ้าอยู่ในบ้านให้ยืนหรือหมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง ที่สามารถรับน้ำหนักได้มากและระเบียบและหน้าต่าง
3. หากอยู่ในอาคารสูง ควรตั้งสติให้มั่น และรีบออกจากอาคารโดยเร็ว หนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับได้
4. ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้ง ให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าและสิ่งห้อยแขวนต่าง ๆ ที่ปลอดภัยภายนอก คือ ที่โล่งแจ้ง
5. อย่าใช้เทียน ไม้ขีดไฟ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟ เพราะอาจมีแก๊สรั่วอยู่บริเวณนั้น
6. ถ้าท่านกำลังขับรถให้หยุดรถและอยู่ภายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด
7. ห้ามใช้ลิฟท์โดยเด็ดขาดขณะเกิดแผ่นดินไหว
8. หากอยู่ชายหาดให้อยู่ห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง
หลังเกิดแผ่นดินไหว
1. ควรตรวจตัวเองและคนข้างเคียงว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ให้ทำการปฐมพยาบาลขั้นต้นก่อน
2. ควรรีบออกจากอาคารที่เสียหายทันที เพราะหากเกิดแผ่นดินไหวตามมาอาคารอาจพังทลายได้
3. ใส่รองเท้าหุ้มส้นเสมอ เพราะอาจมีเศษแก้ว หรือวัสดุแหลมคมอื่น ๆ และสิ่งหักพังแทง
4. ตรวจสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส ถ้าแก๊สรั่วให้ปิดวาล์วถังแก๊ส ยกสะพานไฟ อย่าจุดไม้ขีดไฟหรือก่อไฟจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีแก๊สรั่ว
5. ตรวจสอบว่าแก๊สรั่ว ด้วยการดมกลิ่นเท่านั้น ถ้าได้กลิ่นให้เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน 6. ให้ออกจากบริเวณที่สายไฟขาด และวัสดุสายไฟพาดถึง
7. เปิดวิทยุฟังคำแนะนำฉุกเฉิน อย่าใช้โทรศัพท์ นอกจากจำเป็นจริง ๆ
8. สำรวจดูความเสียหายของท่อส้วม และท่อน้ำทิ้งก่อนใช้
9. อย่าเป็นไทยมุงหรือเข้าไปในเขตที่มีความเสียหายสูง หรืออาคารพัง 10. อย่าแพร่ข่าวลือ
วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2551
ความหมาย ของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตั้งอยู่กึ่งกลางวงเวียน ระหว่างถนนราชดำเนินตัดกับถนนประชาธิปไตย สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกถึง เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองจาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย ที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475
อนุสาวรีย์นี้ เริ่มก่อสร้าง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482สมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ออกแบบโดย หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล ควบคุมการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ โดย ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ศิลปินผู้ปั้นอนุสาวรีย์คือ นายสิทธิเดช แสงหิรัญ มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2483
อนุสาวรีย์นี้ เริ่มก่อสร้าง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482สมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ออกแบบโดย หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล ควบคุมการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ โดย ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ศิลปินผู้ปั้นอนุสาวรีย์คือ นายสิทธิเดช แสงหิรัญ มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2483
โดยจอมพล ป.พิบูลสงคราม กล่าวในในพิธีเปิดอนุสาวรีย์ว่า"อนุสาวรีย์นี้จะเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญก้าวหน้าทั้งมวล เป็นต้นว่า ถนนสายต่างๆ ที่จะออกจากกรุงเทพฯ ไปยังหัวเมืองก็จะนับต้นทางจากอนุสาวรีย์นี้ ถนนราชดำเนินซึ่งเป็นแนวของอนุสาวรีย์ ก็กำลังสร้างอาคารให้สง่างามเป็นที่เชิดชูเกียรติของประเทศ และเป็นการสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช ที่ทรงตั้งพระราชหฤทัย จะทำให้ถนนนี้เป็นที่เชิดชูยิ่ง"
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นรูปรัฐธรรมนูญประดิษฐานบนพานแว่นฟ้าสร้างด้วยทองแดง มีความสูง 3 เมตร หนัก 4 ตัน ตั้งบนฐานรูปทรงกลมด้านบนโค้งกลม ลานอนุสาวรีย์ยกสูงมีบันไดโดยรอบ รอบนอกลานอนุสาวรีย์มีครีบทรงแบน อยู่ 4 ทิศ ที่โคนครีบมีภาพแกะสลักลายปั้นนูน และมีรั้วเตี้ยๆกั้นโดยรอบลานอนุสาวรีย์ รั้วนี้ใช้ปืนใหญ่โบราณจำนวน 75 กระบอกฝังดินโผล่ท้ายกระบอกขึ้นมาเป็นเสา คล้องโซ่เชื่อมต่อกัน
ความหมาย ของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย • ครีบ 4 ด้าน สูงจากแท่นพื้น 24 เมตร มีรัศมียาว 24 เมตร หมายถึง วันที่ 24 ซึ่งเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง • พานรัฐธรรมนูญ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดป้อมกลางตัวอนุสาวรีย์ สูง 3 เมตร หมายถึง เดือน 3 หรือ เดือนเมษายน ตรงกับเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยนั้น และหมายถึง อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ภายใต้รัฐธรรมนูญ (นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ) • ปืนใหญ่จำนวน 75 กระบอก (ปากกระบอกปืนฝังลงดิน) โดยรอบฐานของอนุสาวรีย์ที่มีโซ่เหล็กร้อยไว้ หมายถึงปีที่ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (เลข 75 เป็นเลขท้ายสองหลักของปี พ.ศ.2475 ) ส่วนโซ่ที่ร้อยไว้ด้วยกัน หมายถึงความสามัคคีพร้อมเพรียงของคณะปฏิวัติ • ลายปั้นนูนที่ฐานครีบทั้ง 4 เน้นถึงเรื่องราวการดำเนินงานของคณะราษฎรตอนที่นัดหมายและแยกย้ายกันก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 • พระขรรค์ 6 เล่ม ที่รายล้อมรอบป้อมกลางตัวอนุสาวรีย์ หมายถึง หลัก 6 ประการของคณะราษฎร
วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2551
อารมณ์ความรักของสาวตามวันเกิด
ใบไม้
อารมณ์ความรักของสาววันจันทร์
ความรักของผู้หญิงวันจันทร์ของฉัน ก็จะเป็นความรักแบบผู้ใหญ่ ไม่หวือหวา แต่ก็รู้กันแก่ใจว่ารักกันค่ะ เป็นรักที่คอยเป็นกำลังใจให้กันเสมอ จะอยู่ห่างกัน ไม่ต้องพบหน้ากันทุกวันก็ได้ ไม่มีปัญหา แต่ขอให้ไว้ใจในกันและกันได้ โดยไม่ต้องมานั่งระแวงกันต้องซื่อสัตว์และเปิดเผยจริงใจ ไม่มีความลับต่อกัน
ก้ามกุ้ง
อารมณ์ความรักของสาววันอังคาร
ถาเปรียบความรักเป็นสี ก็คงเป็นสีน้ำตาล ไม่มีวันสดใสและยังไม่ถึงกับมืดมิด มองแล้วเหงา เศร้า และเจ็บปวด
ถาเรารักไม่เป็น ความรักก็จะทำให้ตามัวจนอาจถึงขั้นบอดได้
ตุ๊กตา
อารมณ์ความรักของสาววันพุธ
บุคลิก : ช่างฝัน ช่างคิด ใจดี ชอบสนุกสนาน ตลก เฮฮา ขี้งอน ขี้น้อยใจ ชอบเอาแต่ใจ ชอบทำอะไรแปลกๆ ให้คนอื่นหัวเราะ ชอบฟังเพลง วาดรูป ทำกับข้าว ดูแลต้นไม้ โรแมนติกมากทีเดียว
นิยามความรัก : คือการให้แต่สิ่งดีๆ ทำให้คนรักมีความสุขมากที่สุด ไม่ต้องการสิ่งตอบอทนมากมาย การยึดมั่นในความรัก จะทำให้คนรักมั่นคง ยืนยาว อาจเป็นรักข้างเดียว แต่ก็มีความสุขจากการที่ได้รักใครสักคน ชอบแอบรักข้างเดียว แต่ก็มีความสุขจากการที่ได้รักใครสักคน
ชอบแอบรักคนอื่น รู้สึกอุ่นใจดี
ทอฝัน
อารมณ์ความรักของสาววันพฤหัสบดี
จากความรักและเรื่องราวหลายๆ อย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มันก็ทำให้ฉันได้เรียนรู้ในหลายๆ สิ่ง
ฉันเชื่อแน่ว่าความรักไม่สามารถจัดวางให้เป็นแบบที่เราต้องการได้ และถึงแม้ว่าในบางครั้ง ฉันจะรู้สึกว่าตัวฉันเองกำลังถูกความรักทำร้าย แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่ความรักเลยที่ทำร้ายฉัน และฉันเองก็ไม่เคยกลัวในการที่จะรักใครอีก เพราะความยังไงก็ยังเป็นสิ่งที่สวยงามในความรู้สึกของฉัน
เองเพื่อคนที่ตัวเองรัก รักคือทุกความอบอุ่นเวลาใกล้รักคือความห่วงใยไม่อยากห่างแม้เพียงนาที รักคือทุกสิ่งของลม
ทะเลดาว
อารมณ์ความรักของสาววันศุกร์
นิยามความรัก – รักคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีค่ามากที่สุด คือ สิ่งที่ทำให้มองโลกได้อย่างสวยงาม รักคือความหมายของทุกสิ่งทุกอย่าง รักคือสุข และรักก็คือทุกข์ รักคือการให้ แม้กระทั่งความสุขของตัวเองเพื่อคนที่ตัวเองรัก รักคือทุกความอบอุ่นเวลาใกล้รักคือความห่วงใยไม่อยากห่างแม้เพียงนาที รักคือทุกสิ่งของลมหายใจรักคือรักค่ะ
น้องใส
อารมณ์ความรักของสาววันเสาร์
LOVER – คนที่เป็นแฟนสาววันเสาร์ได้ ไม่จำเป็นต้องมีเสปกไม่คาดหวังให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ถูกใจเป็นพอ แต่ว่าต้องมีเสน่ห์ มีอำนาจ control เราได้ ที่สำคัญต้องอึดสุด เพราะเราจะวางแผนพิสูจน์คุณทุกอย่างว่าเข้ารอบมั้ย อาทิเช่น แต่งตัวโทรมๆ ทั้งที่ทำดีๆ ก็ได้แต่ไม่ทำ ดูซิว่าจะรับเราได้ไหม ก็อีแค่เริ่มต้นยังรับไม่ได้ แล้วจะมาใช้ชีวิตกับคนหัวดื้อ ไม่ยอมคน ไม่ยอมใครอย่างฉันได้ไงค่ะ เดี๋ยวฉันก็ปรับแต่งให้สวยเองแหละ แต่ต้องหลังจากผ่านการพิสูจน์นะ
ลูกเต๋า
อารมณ์ความรักของสาววันอาทิตย์
ไม่รู้คนอื่นเขายังไง แต่ตัวเองไม่ใช่คนใจร้อนเสียทีเดียว ติดขี้งอนซะมากกว่า อ้อนๆ ซะมากกว่า แต่ว่าคิดมาก ขี้น้อยใจก็ไม่แพ้เหมือนกัน
อารมณ์ความรักของสาววันจันทร์
ความรักของผู้หญิงวันจันทร์ของฉัน ก็จะเป็นความรักแบบผู้ใหญ่ ไม่หวือหวา แต่ก็รู้กันแก่ใจว่ารักกันค่ะ เป็นรักที่คอยเป็นกำลังใจให้กันเสมอ จะอยู่ห่างกัน ไม่ต้องพบหน้ากันทุกวันก็ได้ ไม่มีปัญหา แต่ขอให้ไว้ใจในกันและกันได้ โดยไม่ต้องมานั่งระแวงกันต้องซื่อสัตว์และเปิดเผยจริงใจ ไม่มีความลับต่อกัน
ก้ามกุ้ง
อารมณ์ความรักของสาววันอังคาร
ถาเปรียบความรักเป็นสี ก็คงเป็นสีน้ำตาล ไม่มีวันสดใสและยังไม่ถึงกับมืดมิด มองแล้วเหงา เศร้า และเจ็บปวด
ถาเรารักไม่เป็น ความรักก็จะทำให้ตามัวจนอาจถึงขั้นบอดได้
ตุ๊กตา
อารมณ์ความรักของสาววันพุธ
บุคลิก : ช่างฝัน ช่างคิด ใจดี ชอบสนุกสนาน ตลก เฮฮา ขี้งอน ขี้น้อยใจ ชอบเอาแต่ใจ ชอบทำอะไรแปลกๆ ให้คนอื่นหัวเราะ ชอบฟังเพลง วาดรูป ทำกับข้าว ดูแลต้นไม้ โรแมนติกมากทีเดียว
นิยามความรัก : คือการให้แต่สิ่งดีๆ ทำให้คนรักมีความสุขมากที่สุด ไม่ต้องการสิ่งตอบอทนมากมาย การยึดมั่นในความรัก จะทำให้คนรักมั่นคง ยืนยาว อาจเป็นรักข้างเดียว แต่ก็มีความสุขจากการที่ได้รักใครสักคน ชอบแอบรักข้างเดียว แต่ก็มีความสุขจากการที่ได้รักใครสักคน
ชอบแอบรักคนอื่น รู้สึกอุ่นใจดี
ทอฝัน
อารมณ์ความรักของสาววันพฤหัสบดี
จากความรักและเรื่องราวหลายๆ อย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มันก็ทำให้ฉันได้เรียนรู้ในหลายๆ สิ่ง
ฉันเชื่อแน่ว่าความรักไม่สามารถจัดวางให้เป็นแบบที่เราต้องการได้ และถึงแม้ว่าในบางครั้ง ฉันจะรู้สึกว่าตัวฉันเองกำลังถูกความรักทำร้าย แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่ความรักเลยที่ทำร้ายฉัน และฉันเองก็ไม่เคยกลัวในการที่จะรักใครอีก เพราะความยังไงก็ยังเป็นสิ่งที่สวยงามในความรู้สึกของฉัน
เองเพื่อคนที่ตัวเองรัก รักคือทุกความอบอุ่นเวลาใกล้รักคือความห่วงใยไม่อยากห่างแม้เพียงนาที รักคือทุกสิ่งของลม
ทะเลดาว
อารมณ์ความรักของสาววันศุกร์
นิยามความรัก – รักคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีค่ามากที่สุด คือ สิ่งที่ทำให้มองโลกได้อย่างสวยงาม รักคือความหมายของทุกสิ่งทุกอย่าง รักคือสุข และรักก็คือทุกข์ รักคือการให้ แม้กระทั่งความสุขของตัวเองเพื่อคนที่ตัวเองรัก รักคือทุกความอบอุ่นเวลาใกล้รักคือความห่วงใยไม่อยากห่างแม้เพียงนาที รักคือทุกสิ่งของลมหายใจรักคือรักค่ะ
น้องใส
อารมณ์ความรักของสาววันเสาร์
LOVER – คนที่เป็นแฟนสาววันเสาร์ได้ ไม่จำเป็นต้องมีเสปกไม่คาดหวังให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ถูกใจเป็นพอ แต่ว่าต้องมีเสน่ห์ มีอำนาจ control เราได้ ที่สำคัญต้องอึดสุด เพราะเราจะวางแผนพิสูจน์คุณทุกอย่างว่าเข้ารอบมั้ย อาทิเช่น แต่งตัวโทรมๆ ทั้งที่ทำดีๆ ก็ได้แต่ไม่ทำ ดูซิว่าจะรับเราได้ไหม ก็อีแค่เริ่มต้นยังรับไม่ได้ แล้วจะมาใช้ชีวิตกับคนหัวดื้อ ไม่ยอมคน ไม่ยอมใครอย่างฉันได้ไงค่ะ เดี๋ยวฉันก็ปรับแต่งให้สวยเองแหละ แต่ต้องหลังจากผ่านการพิสูจน์นะ
ลูกเต๋า
อารมณ์ความรักของสาววันอาทิตย์
ไม่รู้คนอื่นเขายังไง แต่ตัวเองไม่ใช่คนใจร้อนเสียทีเดียว ติดขี้งอนซะมากกว่า อ้อนๆ ซะมากกว่า แต่ว่าคิดมาก ขี้น้อยใจก็ไม่แพ้เหมือนกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
