วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2551

ความหมาย ของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
















อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตั้งอยู่กึ่งกลางวงเวียน ระหว่างถนนราชดำเนินตัดกับถนนประชาธิปไตย สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกถึง เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองจาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย ที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475
อนุสาวรีย์นี้ เริ่มก่อสร้าง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482สมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ออกแบบโดย หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล ควบคุมการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ โดย ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ศิลปินผู้ปั้นอนุสาวรีย์คือ นายสิทธิเดช แสงหิรัญ มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2483



โดยจอมพล ป.พิบูลสงคราม กล่าวในในพิธีเปิดอนุสาวรีย์ว่า"อนุสาวรีย์นี้จะเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญก้าวหน้าทั้งมวล เป็นต้นว่า ถนนสายต่างๆ ที่จะออกจากกรุงเทพฯ ไปยังหัวเมืองก็จะนับต้นทางจากอนุสาวรีย์นี้ ถนนราชดำเนินซึ่งเป็นแนวของอนุสาวรีย์ ก็กำลังสร้างอาคารให้สง่างามเป็นที่เชิดชูเกียรติของประเทศ และเป็นการสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช ที่ทรงตั้งพระราชหฤทัย จะทำให้ถนนนี้เป็นที่เชิดชูยิ่ง"
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นรูปรัฐธรรมนูญประดิษฐานบนพานแว่นฟ้าสร้างด้วยทองแดง มีความสูง 3 เมตร หนัก 4 ตัน ตั้งบนฐานรูปทรงกลมด้านบนโค้งกลม ลานอนุสาวรีย์ยกสูงมีบันไดโดยรอบ รอบนอกลานอนุสาวรีย์มีครีบทรงแบน อยู่ 4 ทิศ ที่โคนครีบมีภาพแกะสลักลายปั้นนูน และมีรั้วเตี้ยๆกั้นโดยรอบลานอนุสาวรีย์ รั้วนี้ใช้ปืนใหญ่โบราณจำนวน 75 กระบอกฝังดินโผล่ท้ายกระบอกขึ้นมาเป็นเสา คล้องโซ่เชื่อมต่อกัน


ความหมาย ของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย • ครีบ 4 ด้าน สูงจากแท่นพื้น 24 เมตร มีรัศมียาว 24 เมตร หมายถึง วันที่ 24 ซึ่งเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง • พานรัฐธรรมนูญ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดป้อมกลางตัวอนุสาวรีย์ สูง 3 เมตร หมายถึง เดือน 3 หรือ เดือนเมษายน ตรงกับเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยนั้น และหมายถึง อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ภายใต้รัฐธรรมนูญ (นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ) • ปืนใหญ่จำนวน 75 กระบอก (ปากกระบอกปืนฝังลงดิน) โดยรอบฐานของอนุสาวรีย์ที่มีโซ่เหล็กร้อยไว้ หมายถึงปีที่ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (เลข 75 เป็นเลขท้ายสองหลักของปี พ.ศ.2475 ) ส่วนโซ่ที่ร้อยไว้ด้วยกัน หมายถึงความสามัคคีพร้อมเพรียงของคณะปฏิวัติ • ลายปั้นนูนที่ฐานครีบทั้ง 4 เน้นถึงเรื่องราวการดำเนินงานของคณะราษฎรตอนที่นัดหมายและแยกย้ายกันก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 • พระขรรค์ 6 เล่ม ที่รายล้อมรอบป้อมกลางตัวอนุสาวรีย์ หมายถึง หลัก 6 ประการของคณะราษฎร

วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2551

อารมณ์ความรักของสาวตามวันเกิด

ใบไม้
อารมณ์ความรักของสาววันจันทร์
ความรักของผู้หญิงวันจันทร์ของฉัน ก็จะเป็นความรักแบบผู้ใหญ่ ไม่หวือหวา แต่ก็รู้กันแก่ใจว่ารักกันค่ะ เป็นรักที่คอยเป็นกำลังใจให้กันเสมอ จะอยู่ห่างกัน ไม่ต้องพบหน้ากันทุกวันก็ได้ ไม่มีปัญหา แต่ขอให้ไว้ใจในกันและกันได้ โดยไม่ต้องมานั่งระแวงกันต้องซื่อสัตว์และเปิดเผยจริงใจ ไม่มีความลับต่อกัน
ก้ามกุ้ง
อารมณ์ความรักของสาววันอังคาร
ถาเปรียบความรักเป็นสี ก็คงเป็นสีน้ำตาล ไม่มีวันสดใสและยังไม่ถึงกับมืดมิด มองแล้วเหงา เศร้า และเจ็บปวด
ถาเรารักไม่เป็น ความรักก็จะทำให้ตามัวจนอาจถึงขั้นบอดได้
ตุ๊กตา
อารมณ์ความรักของสาววันพุธ
บุคลิก : ช่างฝัน ช่างคิด ใจดี ชอบสนุกสนาน ตลก เฮฮา ขี้งอน ขี้น้อยใจ ชอบเอาแต่ใจ ชอบทำอะไรแปลกๆ ให้คนอื่นหัวเราะ ชอบฟังเพลง วาดรูป ทำกับข้าว ดูแลต้นไม้ โรแมนติกมากทีเดียว
นิยามความรัก : คือการให้แต่สิ่งดีๆ ทำให้คนรักมีความสุขมากที่สุด ไม่ต้องการสิ่งตอบอทนมากมาย การยึดมั่นในความรัก จะทำให้คนรักมั่นคง ยืนยาว อาจเป็นรักข้างเดียว แต่ก็มีความสุขจากการที่ได้รักใครสักคน ชอบแอบรักข้างเดียว แต่ก็มีความสุขจากการที่ได้รักใครสักคน
ชอบแอบรักคนอื่น รู้สึกอุ่นใจดี
ทอฝัน
อารมณ์ความรักของสาววันพฤหัสบดี
จากความรักและเรื่องราวหลายๆ อย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มันก็ทำให้ฉันได้เรียนรู้ในหลายๆ สิ่ง
ฉันเชื่อแน่ว่าความรักไม่สามารถจัดวางให้เป็นแบบที่เราต้องการได้ และถึงแม้ว่าในบางครั้ง ฉันจะรู้สึกว่าตัวฉันเองกำลังถูกความรักทำร้าย แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่ความรักเลยที่ทำร้ายฉัน และฉันเองก็ไม่เคยกลัวในการที่จะรักใครอีก เพราะความยังไงก็ยังเป็นสิ่งที่สวยงามในความรู้สึกของฉัน
เองเพื่อคนที่ตัวเองรัก รักคือทุกความอบอุ่นเวลาใกล้รักคือความห่วงใยไม่อยากห่างแม้เพียงนาที รักคือทุกสิ่งของลม
ทะเลดาว
อารมณ์ความรักของสาววันศุกร์
นิยามความรัก – รักคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีค่ามากที่สุด คือ สิ่งที่ทำให้มองโลกได้อย่างสวยงาม รักคือความหมายของทุกสิ่งทุกอย่าง รักคือสุข และรักก็คือทุกข์ รักคือการให้ แม้กระทั่งความสุขของตัวเองเพื่อคนที่ตัวเองรัก รักคือทุกความอบอุ่นเวลาใกล้รักคือความห่วงใยไม่อยากห่างแม้เพียงนาที รักคือทุกสิ่งของลมหายใจรักคือรักค่ะ
น้องใส
อารมณ์ความรักของสาววันเสาร์
LOVER – คนที่เป็นแฟนสาววันเสาร์ได้ ไม่จำเป็นต้องมีเสปกไม่คาดหวังให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ถูกใจเป็นพอ แต่ว่าต้องมีเสน่ห์ มีอำนาจ control เราได้ ที่สำคัญต้องอึดสุด เพราะเราจะวางแผนพิสูจน์คุณทุกอย่างว่าเข้ารอบมั้ย อาทิเช่น แต่งตัวโทรมๆ ทั้งที่ทำดีๆ ก็ได้แต่ไม่ทำ ดูซิว่าจะรับเราได้ไหม ก็อีแค่เริ่มต้นยังรับไม่ได้ แล้วจะมาใช้ชีวิตกับคนหัวดื้อ ไม่ยอมคน ไม่ยอมใครอย่างฉันได้ไงค่ะ เดี๋ยวฉันก็ปรับแต่งให้สวยเองแหละ แต่ต้องหลังจากผ่านการพิสูจน์นะ
ลูกเต๋า
อารมณ์ความรักของสาววันอาทิตย์
ไม่รู้คนอื่นเขายังไง แต่ตัวเองไม่ใช่คนใจร้อนเสียทีเดียว ติดขี้งอนซะมากกว่า อ้อนๆ ซะมากกว่า แต่ว่าคิดมาก ขี้น้อยใจก็ไม่แพ้เหมือนกัน

วันอังคารที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2551

Histoire



Les écrits les plus anciens relatifs aux yaourts sont attribués à Pline l'Ancien, celui-ci ayant remarqué que certaines tribus « barbares » savaient « épaissir le lait en une matière d’une agréable acidité ». On considère aujourd’hui la Bulgarie qui était jusqu’en 1878 sous la domination ottomane comme le pays inventeur du yaourt néanmoins certains estiment que le yaourt provient d’une région du Moyen-Orient qui est aujourd’hui l’Iran ou le Kurdistan. Les techniques traditionnelles encore utilisées dans cette région consistent à fermenter le lait par un va-et-vient de ce dernier dans un « sac » de peau de mouton voire de chèvre. Il existe des preuves de l’existence de produits laitiers fermentés dans un but alimentaire depuis au moins le IIIe millénaire av. J.-C.. Les premiers yaourts résultent probablement d’une fermentation spontanée, peut-être au contact des bactéries sauvages résidant à l’intérieur des sacs de peau de chèvre utilisés pour le transport du lait.
Le yaourt fait sa première apparition en
France grâce à François Ier qui, souffrant de problèmes digestifs, fait appel au sultan de Turquie qui lui envoie d’Istanbul un médecin qui le guérit en le soumettant à une cure de lait de brebis fermenté.
À la fin du
XIXe siècle, Élie Metchnikoff (Ivanovka 1845 - Paris 1916), prix Nobel de biologie en 1908, s’interroge sur le lien attribuant au yaourt la longévité des montagnards du Caucase et des Balkans. Il découvre, en fait, les effets positifs du yaourt sur les désordres intestinaux des nourrissons
คำศัพท์ [vocabulaire]
- dur (adj.) = ยาก, ลำบาก, แข็ง, (เนื้อ, อาหาร..)เหนียว : Que la vie est dure ! [ชีวิตนี้ช่างลำบากยิ่ง] / travailler dur (dur เป็น adv.) = ทำงานหนัก, เรียนหนัก : Tous mes élèves travaillent dur cette année car ils veulent réussir à continuer leurs études à l'université. [นักเรียนทุกคนของฉันเรียนหนักปีนี้เพราะพวกเขาต้องการประสบความสำเร็จในการไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัย]
- se rendre compte (de qqch / que + ind.)(v.) = รู้, ตระหนัก : Tu ne te rends pas compte que c'était difficile ! [เธอไม่รู้หรอกว่ามันยากขนาดไหน] / Elle ne s'est pas rendu compte de la difficulté ! [หล่อนไม่รู้ถึงความยากลำบาก]
- plein de (adj.) [beaucoup de] = เต็ม, เต็มไปด้วย : Elle reçoit plein de cadeaux pour son anniversaire. [หล่อนได้รับของขวัญมากมายในวันคล้ายวันเกิดของเธอ]
- enfer (n.m.) = นรก : C'est l'enfer ! = C'est horrible ! [= มันเป็นความทุกข์ทรมานเหมือนตกนรก]
- s'en faire (v.) = วิตก, กังวล, กลุ้มใจ : Ne t'en fais pas ! [อย่าวิตกกังวลไปเลย !]
- Ça va s'arranger. = อะไรๆก็จะดีขึ้น, อะไรๆก็จะเรียบร้อย
- Ça m'a fait du bien. = มันทำให้ฉันรู้สึกสบายใจขึ้น
- Ce sera pire. = จะยิ่งแย่กว่าเดิม [pire คือ ขั้นกว่าหรือขั้นสูงสุดของคำว่า mauvais หรือ mal]
- chômage (n.m.) = การไม่มีงานทำ, การตกงาน : De plus en plus de jeunes diplômés sont au chomage. [คนที่จบปริญญาใหม่ๆตกงานมากขึ้นๆเรื่อยๆ] / chômeur, chômeuse (n.) = ผู้ว่างงาน, ผู้ไม่มีงานทำ, คนตกงาน : Il y a plus de deux millions de chômeurs en France. [มีคนว่างงานในฝรั่งเศสกว่าสองล้านคน]

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

<< ^_^ สู้ๆๆตาย >>


ใกล้สอบแย้ว โอ้ยเครียดจัง แต่เราต้องสู้ๆๆๆๆๆๆ อยากมีเวลามากกว่านี้เพื่อที่จะตะลุยอ่านหนังสืออะแต่ไม่มีเวลาเลย จะสอบแล้วอิอิ เพื่อนๆก้อตั้งใจอ่านหนังสือกันนะ พวกเราต้องสู้กันเต็มที่เหลืออีกไมถึงปีแล้วที่เราต้องย้ายจากมัธยมไปสู่มหาลัยแล้ว แล้วไอ้การเข้ามหาลัยนี่ก้อยากมากๆๆๆๆๆๆเลย แต่การเข้ามหาลัยมันมีครั้งเดียวในชีวิตอะ ยังไงเราต้องทำมันให้ได้ และฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะเพื่อนๆ ต้องอ่านหนังสือเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆแล้ว เพราะต้องหาประสบการณ์และเนื้อหาต่างๆๆๆๆๆๆมากๆๆๆๆๆๆเวลาลุยสนามสอบจะได้เต็มที แม้มีอุปสรรคแต่เราจะต้องผ่านมันไปหัยได้นะ................................ เพื่อนกันตลอดไป

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

<< Le caleçon >>


Le caleçon est le plus vieux des sous-vêtements masculins, avant lui l’homme ne portait rien en dessous de ses pantalons. Les hommes portaient seulement des chemises longues jusqu’aux genoux afin de se protéger jusqu‘aux cuisses. Le caleçon est un sous-vêtement masculin qui ressemble à un short pour le caleçon court ou à un pantalon pour le caleçon long. Il se distingue donc du slip par la présence de jambes plus ou moins longues. Avant l’apparition des caleçons et jusqu’à la fin du XVI siècle, les hommes portaient la braie qui était une sorte de caleçon court qui permettaient de se protéger du froid. Ensuite progressivement et au fils des années les hommes ont laissés de coté les chemises longues pour porter des caleçons jusqu’à l’apparition du slip.


Même si le slip sera préféré par un très grand nombre d’homme, le caleçon restera tout de même un sous-vêtement porté et apprécié au fil des décennies, il fait même un retour en force chez les hommes modernes en ce début de notre siècle.De nos jours, il existe différentes formes et couleurs de caleçons mais les caleçons longs comme à ses débuts n’existent plus. Mais deux variantes ont vues le jour : le shorty qui est un mélange de short et de caleçon et le boxer qui est un caleçon moulant. Toutes les grandes marques proposent de nombreux caleçons, shorty ou boxers comme Gigo. Les caleçons sont devenus un élément clé de la mode Streetwear car celui-ci doit s’entrevoir. Homactu vous conseille pour être streetwear de porter des pantalons taille basse avec des caleçons avec marque apparente comme on peut les trouver chez Homwear.


Choisissez bien vos caleçons parmi toutes les variétés et les marques que l’on peut trouver de nos jours : Hom, Polo Ralph L., impetus…. Pour être encore plus tendance, vous pouvez aussi utiliser les caleçons comme tenue de nuit pour remplacer le traditionnel pyjama 2 pièces bleu ciel de papa. Le caleçon depuis sa création est l’un des sous-vêtements masculins de séduction tout comme les sous-vêtements féminins qui se montrent ! Alors il faut le choisir correctement et l’utiliser correctement.

วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

<< Un abricot >>


Définition: L’abricot pousse dans un arbre, l’abricotier.Il est ovale et
orange clair. Sa peau est lisse et douce comme du velours.A l’intérieur, la
chair est orange et parfumée. Il y a un gros noyau.L’abricot est moelleux,
juteux et sucré.